สรุปการจัดการน้ำแบบ Reuse และ Recycle ในโรงงานและห้างสรรพสินค้า
Reuse และ Recycle ต่างกันอย่างไร
Reuse คือการนำน้ำที่ใช้แล้วแต่ยังพอมีคุณภาพ กลับมาใช้ซ้ำในงานที่ไม่ต้องการน้ำสะอาดมาก
Recycle คือการนำน้ำเสียไปบำบัดเพิ่มเติมให้สะอาดขึ้น แล้วนำกลับมาใช้ใหม่ในงานที่ต้องการคุณภาพน้ำสูงกว่า
สั้น ๆ คือ
- Reuse = ใช้ซ้ำแบบปรับปรุงเล็กน้อย
- Recycle = บำบัดใหม่แล้วเอากลับมาใช้
การใช้น้ำซ้ำในโรงงานอุตสาหกรรม
โรงงานมักใช้น้ำจำนวนมากในกระบวนการผลิต ล้างชิ้นงาน และระบบเครื่องจักร จึงนิยมทั้ง Reuse และ Recycle เพื่อลดค่าน้ำและลดน้ำทิ้ง
ตัวอย่าง Reuse ในโรงงาน
- นำน้ำล้างชิ้นงานขั้นสุดท้ายกลับไปใช้ล้างในขั้นตอนแรก
- นำน้ำที่ผ่านการบำบัดเบื้องต้นไปใช้ล้างพื้น ฉีดพรมลดฝุ่น หรือรดน้ำต้นไม้
ตัวอย่าง Recycle ในโรงงาน
- นำน้ำเสียไปผ่านระบบบำบัดขั้นสูง เช่น MBR + RO
- นำน้ำที่ได้กลับมาใช้ใน Boiler, Cooling Tower หรือบางกระบวนการผลิต
สรุปคือ โรงงานจะเน้นใช้น้ำกลับมาให้คุ้มที่สุด โดยเฉพาะจุดที่ใช้น้ำมากและมีต้นทุนสูง
การใช้น้ำซ้ำในห้างสรรพสินค้า
ห้างสรรพสินค้าใช้น้ำหลักในระบบแอร์ ห้องน้ำ และศูนย์อาหาร จึงมักเน้นการนำน้ำกลับมาใช้ในงานอาคาร
ตัวอย่าง Reuse ในห้าง
- รวบรวมน้ำจากอ่างล้างมือหรือน้ำหยดจากแอร์ มาปรับสภาพแล้วใช้กดชักโครก
- นำน้ำที่ผ่านการบำบัดไปใช้ล้างลานจอดรถหรือรดต้นไม้
ตัวอย่าง Recycle ในห้าง
- รวมน้ำเสียของอาคารแล้วบำบัดด้วยระบบอย่าง MBR
- นำน้ำกลับไปใช้ใน Cooling Tower, น้ำพุ, น้ำตกจำลอง หรือระบบภูมิทัศน์
สรุปคือ ห้างมักเน้นนำน้ำกลับมาใช้กับงานอาคารที่ใช้น้ำต่อเนื่องทุกวัน โดยเฉพาะระบบปรับอากาศและสุขาภิบาล
ข้อสรุปแบบเข้าใจง่าย
ถ้ามองแบบง่ายที่สุด
- โรงงานอุตสาหกรรม
เน้นเอาน้ำกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตและระบบเครื่องจักร เพื่อประหยัดต้นทุนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
- ห้างสรรพสินค้า
เน้นเอาน้ำกลับไปใช้กับห้องน้ำ ระบบแอร์ ล้างพื้น และงานภูมิทัศน์ เพื่อประหยัดค่าน้ำในอาคาร
- Reuse เหมาะกับงานที่ไม่ต้องการน้ำสะอาดมาก
- Recycle เหมาะกับงานที่ต้องการน้ำคุณภาพสูงขึ้น และต้องผ่านการบำบัดมากกว่า